People’s Empowerment Foundation
  • Home
  • About Us
  • News and Activities
  • Reports and Documents
  • Contact
  • Home
  • About Us
  • News and Activities
  • Reports and Documents
  • Contact

ทำความเข้าใจคอร์รัปชันในอาเซียน ฉบับรวบรัด 101 “คอร์รัปชันคืออะไร ?”

pefthailand2024-12-09T06:08:08+00:00
pefthailand ASEAN, Factsheets and Education, Others, Thailand 0 Comments

ทำความเข้าใจอคอร์รัปชั่นในอาเซียนฉบับรวบรัด 101 “คอร์รัปชั่นคืออะไร?” 

เนื่องในวันที่ 9 ธันวาคมของทุกปีถือเป็นวันต่อต้านคอร์รัปชั่นสากลที่คอยเตือนให้ทุกประเทศในภาคีของสหประชาชาติ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการขับเคลื่อนเพื่อแก้ไขปรากฎการณ์คอร์รัปชั่นที่เกิดขึ้นทั่วโลก 

เนื่องจากไม่มีคำนิยามสากลของคำว่า “คอร์รัปชั่น” ทำให้คำนี้ถูกตีความและให้ความหมายที่แตกต่างกันในแต่ละบริบทของประเทศ ภูมิศาสตร์ไปจนถึงสถานะทางสังคม ในประเทศไทยคำว่าคอร์รัปชั่นมักถูกพูดถึงในบริบททางการเมือง มักถูกอ้างไว้สำหรับโจมตีและทำลายความน่าเชื่อถือของขั้วตรงข้าม

แต่จริงๆแล้วพวกเรารู้อะไรอีกบ้างเกี่ยวกับการคอร์รัปชั่น? 

มาร่วมเรียนรู้ไปกับพวกเราเกี่ยวกับความเข้าใจคอร์รัปชั่น ทั้งในระดับสากลและภูมิภาคอาเซียนของพวกเรา มีอะไรที่พวกเรารู้และไม่รู้บ้าง ว่าการคอร์รัปชั่นส่งผลอย่างไรกับพวกเราทั้งทางตรงและทางอ้อม

คอร์รัปชั่น ยังไม่มีคำนิยามระดับสากลที่ใช้ร่วมกัน ทำให้แต่ละรัฐบาล องค์กรใหญ่ๆ จึงได้สร้างคำนิยามคอร์รัปชั่นขึ้นมาเอง โดยคำนิยามส่วนมากมีทิศทางที่เป็นไปในลักษณะของการ”ใช้อำนาจโดยไม่ชอบ เพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว ที่คนเหล่านั้นไม่สมควรได้” จะมีแตกต่างเพียงนิดหน่อยคือการให้ระดับความสำคัญของบุคคลที่เป็นผู้กระทำ ที่หมายถึง อำนาจสาธารณะ (หรือรัฐ) อย่างเช่นตัวอย่างคำนิยามของธนาคารโลก (World Bank) และองค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและพัฒนา (OECD) 

หนึ่งในคำนิยามที่มักถูกนำมาใช้บ่อยที่สุดคือคำนิยามโดยองค์กรเพื่อความโปร่งใสนานาชาติ (Transparency International: TI) คือ “การใช้อำนาจที่ได้รับไว้วางใจในทางที่ผิดเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัว” 

ในส่วนของประเทศไทยนั้น คำนิยามที่ชัดเจนที่สุดอยู่ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 ซึ่งให้ความหมายในลักษณะที่ว่าการคอร์รัปชั่นเป็นการประพฤติโดยมิชอบของบุคคล โดยมุ่งเน้นไปตำแหน่งที่ภายใต้ภาระหน้าที่ของราชการ 

สิ่งที่คำนิยามเหล่านี้ยังตกหล่นไปคือการอธิบายคอร์รัปชั่นในลักษณะที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างทางสังคม โดยส่วนมากจะเน้นไปในการกระทำของบุคคลที่ใช้อำนาจโดยไม่ชอบเพื่อผลประโยชน์ โดยคำนิยามเหล่านี้ยังไม่ได้อธิบายไปถึงสภาพของความเป็นประชาธิปไตยหรือธรรมภิบาล หรือประเด็นการเมือง สังคมและการปกครองในลักษณะอื่นๆ แล้วพวกคุณละให้คำนิยามคอร์รัปชั่นว่าอย่างไร?

ในไทยมักจะเห็นประเด็นคอร์รัปชั่นถูกใช้เมื่อมีการใส่ร้ายทางการเมือง แต่ในความเป็นการคอร์รัปชั่นนั้นส่งผลเสียระยะยาวในหลายมิติและมีผลกระทบโดยตรงและอ้อมถึงทุกคนในสังคม ตั้งแต่ปัญหาสิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ความยากจน ความเป็นละเว้นจากการทำผิด (impunity) ปัญหาความรุนแรงและความขัดแย้งทางอาวุธ  ปัญหาอาชญากรข้ามชาติ และการเกลียดชังเพื่อนมนุษย์ หากมองเผินๆ ก็ดูเหมือนว่าปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกัลบการคอร์รัปชั่นกันเลย แต่หากคิดกันให้ดีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลให้เกิดปัญหาเหล่านี้มักเกิดจากการละเลยหรือการใช้อำนาจอย่างไม่เป็นธรรมในหลายบริบท ยกตัวอย่างเช่นองค์กรหลอกลวงคอลเซนเตอร์คงไม่สามารถเกิดขึ้นได้ หากรัฐมีการจัดการอย่างจริงจังโดยกฎหมายและอำนาจ อาชญากรข้ามชาติคงไม่สามารถดำเนินธุรกิจสีเทาข้ามชาติได้หากระหว่างหลายๆรัฐบาลร่วมมือกันเพื่อจำกัดองค์กรเหล่านี้ ในกระบวนการยุติธรรมเช่นกัน หากกระบวนเหล่านี้เต็มได้ด้วยความโปร่งใสสามารถนำคนผิดมาลงโทษได้ตามบัญญัติของกฎหมาย สิ่งเหล่านี้จะช่วยลดอาชญากรรมลงได้ 

แล้วพวกคุณละ คิดว่าคอร์รัปชั่นส่งผลเสียแก่ตัวเองและสังคมอย่างไรบ้าง?

อนุสัญญาต่อต้านคอร์รัปชั่น (UNCAC) เป็นอนุสัญญาระหว่างประเทศเพียงฉบับเดียวในโลกที่มีความยึดโยงทางกฎหมายในการต่อต้านการทุจริต ปัจจุบันมีรัฐบาลทั่วโลกร่วมเป็นภาคี 191 ประเทศ (ประเทศในสหประชาชาติทั้งหมดมี 193 ประเทศ) โดยมุ่งเน้นการทำงานหาทางร่วมมือในการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชั่นในระดับสากล และมีระบบกลไกตรวจสอบของประเทศสมาชิกที่เรียกว่า “การจัดประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านทุจริต (CoSp)” ซึ่งในกลไกนี้มีเพียงแค่การทำงานระหว่างรัฐบาลเท่านั้น ยังขาดการร่วมมือระหว่างภาคประชาชน ภาคธุรกิจหรือองค์กรอื่นๆ 

อนุสัญญา UNCAC นั่นไม่ได้ให้คำนิยามของคอร์รัปชันไว้อย่างชัดเจน แต่ได้ระบุถึงพฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการคอร์รัปชัน ไว้ในบทที่ 3 ของอนุสัญญา

พฤติการณ์ที่ถือว่าเป็นการคอร์รัปชันที่ถูกระบุไว้ในอนุสัญญานั้นได้แก่:  
1. การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่รัฐ (มาตรา 15)
2. การให้สินบนแก่เจ้าหน้าที่องค์กรระหว่างประเทศหรือองค์กรข้ามชาติ (มาตรา 16)
3. การยักยอกเงิน การเบียดบัง หรือการกระทำเพื่อถ่ายเททรัพย์สินโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐ (มาตรา 17)
4. การใช้อิทธิพลเพื่อให้ได้มาซึ่งประโยชน์อันมิชอบ (มาตรา 18) 
5. การปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (มาตรา 19) 
6. การร่ำรวยโดยผิดกฎหมาย (มาตรา 20) 
7. การให้สินบนในภาคเอกชน (มาตรา 21)
8. การยักยอกทรัพย์สินในภาคเอกชน (มาตรา 22) 
9. การฟอกทรัพย์สินที่ได้มากจากการกระทำความผิดอาญา (มาตรา 23)
10. การปกปิด (มาตรา 24)
11. การขัดขวางกระบวนการยุติธรรม (มาตรา 25) 

เมื่อประเทศภาคีได้ลงนามแล้ว ตามหลักการของอนุสัญญาก็ควรออกกฎหมายเพื่อปกป้องและควบคุมไม่ให้พฤติกรรมเหล่านี้เกิดขึ้น แต่ในเชิงปฏิบัติแม้หลายประเทศพยายามออกกฎหมายห้ามปราบ แต่รูปแบบของการคอร์รัปชันก็สามารถปรับตัวตามสภาพของกฎหมายให้มีลักษณะที่ซับซ้อนและตรวจจับได้ยากขึ้น

พวกคุณคิดว่า การที่จะหยุดพฤติการณ์คอร์รัปชันเหล่านี้ได้ ควรทำอย่างไร ?  

การประเมินผลคอร์รัปชัน

ในความเป็นจริงแล้วการประเมินคอร์รัปชันนั้นเป็นสิ่งที่ทำได้ “ยาก” เพราะพฤติการณ์คอร์รัปชันนั้นมักเป็นกระทำในรูปแบบที่ปกปิดเพื่อให้ตรวจสอบได้ยาก นวัตกรรมการประเมินคอร์รัปชันส่วนมากจึงมักจะประเมินผ่าน “มุมมอง การรับรู้ ความเข้าใจ ความรู้สึก” ต่อความเข้าใจในสถานการณ์สังคมภาพรวมต่อการเกิดคอร์รัปชัน 

องค์กรที่ทำการประเมินคอร์รัปชันในระดับสากลได้แก่ Transparency International (TI) ที่ทำงานประเมินสถานการณ์คอร์รัปชันของรัฐบาลทั่วโลกผ่านการสอบถามความคิดเห็นของประชาชน ผู้เชี่ยวชาญในแต่ละประเทศ เรียกว่า “ดัชนีชี้วัดการรับรู้ด้านทุจริต (Corruption Perceptions Index: CPI)”  ประเทศในอาเซียนส่วนมากมักได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ย (นอกจากสิงคโปร์) และก็มีแนวโน้มที่จะไม่สามารถจะยกระดับการแก้ไขคอร์รัปชันได้

ในประเทศไทยเองนั้น สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ได้ทำมาตราวัดการรับรู้คอร์รัปชันระดับประเทศขึ้นมาคือ “การประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ (Integrity and Transparency Assessment: ITA)” เพื่อประเมินคุณธรรมและความโปร่งใส่ในหน่วยงานภาครัฐ โดยหากเปรียบเทียบคะแนนระหว่าง CPI และ ITA มีผลลัพธ์ที่แตกต่างกัน คือคะแนน CPI ที่ประเมินโดยองค์กรนอกประเทศ ประเมินว่าสถานการณ์คอร์รัปชันของไทยคงที่และไม่มีการพัฒนาในทางที่ดีขึ้น แต่คะแนน ITA ที่ประเมินในระดับประเทศของไทย แสดงให้เห็นว่าสถานการณ์คอร์รัปชันของประเทศไทยดีขึ้นอย่างต่อเนื่องในทุกปี

พวกคุณคิดอย่างไรกับคะแนนดัชนีรับรู้คอร์รัปชัน คะแนนประเมินอันไหน น่าเชื่อถือกว่ากัน ระหว่าง CPI หรือ ITA?

ในการทำงานต่อต้านคอร์รัปชันระดับภูมิภาคอาเซียน ได้มีความร่วมมือกันระหว่างหน่วยงานของแต่ละรัฐเรียกว่า “หน่วยงานต่อต้านการทุจริตในภูมิภาคอาเซียน (The Southeast Asia Parties Against Corruption: ASEAN-PAC)” โดยแต่ละองค์กรที่ได้รับการมอบหมายจำเป็นจะต้องทำงานระหว่างกันในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาคอร์รัปชันในระดับภูมิภาค โดยมีวัตถุประสงค์ห้าข้อได้แก่

1. เพื่อแลกเปลี่ยนและแบ่งปันข้อมูลและร่วมมือกันในการต่อต้านการทุจริต

2. เพื่อร่วมมือกันในการฝึกอบรมและพัฒนาทักษะวิชาชีพ

3. เพื่อแลกเปลี่ยนความเชี่ยวชาญและบุคลากรในสาขาที่เกี่ยวข้องกับการต่อต้านการทุจริต

4. เพื่อเป็นเจ้าภาพและเข้าร่วมในการประชุม ฟอรัม การอบรม และการประชุมสัมมนา

5. เพื่อให้ความช่วยเหลือทางเทคนิคในกิจกรรมปฏิบัติการ

ASEAN-PAC ได้มี MoU ลงนามอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2547 ถือเป็นการเริ่มต้นการทำงานระดับภูมิภาคอาเซียนขึ้นมาเพื่อต่อต้านคอร์รัปชัน อย่างไรก็ตาม การทำงานของ ASEAN-PAC กับถูกมองว่ายังไม่มีความโปร่งใสเท่าที่ควร เพราะประชาชนแทบจะไม่ถามถึงแผนงาน ผลการประชุมของ ASEAN-PAC เลย

แม้ว่าเราจะมีความเข้าใจเกี่ยวกับคอร์รัปชัน แต่การคอร์รัปชันก็ยังส่งผลถึงพวกเราทุกคนไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม และอย่างที่เห็นได้ชัดว่าบทบาทของรัฐบาลมีความสำคัญมากในการขับเคลื่อนการแก้ไขคอร์รัปชัน บทบาทของทุกคนก็มีความสำคัญไม่แพ้ในการที่จะแก้ไขปัญหาเหล่านี้ร่วมกัน

สุดท้ายนี้ มาร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า พวกเรามีการรับรู้ปรากฎการณ์คอร์รัปชันแบบไหนกันบ้าง พวกคุณคิดอย่างไรกับคำถามเหล่านี้

  • รัฐบาลมีการบริหารจัดการคอร์รัปชันที่ดีหรือไม่ ?
  • รัฐบาลอาเซียนมีการความโปร่งใส่และธรรมาภิบาลหรือไม่ ?
  • คุณทราบหรือไม่ว่าหน่วยงานต่อต้านการทุจริตในภูมิภาคอาเซียน (ASEAN-PAC)  เค้าพูดคุยอะไรกันบ้าง ?
  • คุณคิดว่ารัฐของคุณจะแก้ไขปัญหาคาสิโน คอลเซ็นเตอร์ออนไลน์ได้หรือไม่ ?
  • คุณเชื่อหรือไม่ว่าระบบศาลในประเทศของคุณมีความยุติธรรม ?
  • คุณว่าระบบรัฐสภาในปัจจุบันจะแก้ปัญหาคอร์รัปชันได้หรือไม่ ?
  • เจ้าหน้าที่รัฐในประเทศของคุณชอบเก็บส่วยขูดรีดหรือไม่ ?
  • คุณเชื่อว่าปัญหาคอร์รัปชันจะสามารถแก้ไขได้หรือไม่ ?
  • คุณคิดว่าการคอร์รัปชันส่งผลถึงประเด็นสิทธิมนุษยชนอย่างไร ?
  • คุณคิดว่าใครคือผู้ได้รับผลประโยชน์จากการคอร์รัปชันมากที่สุด ?

Share this post

Facebook Twitter LinkedIn Google + Email

Leave a Reply Cancel reply

You must be logged in to post a comment.


Related Posts

18MarMarch 18, 2024

การ์ตูนสิทธิมนุษยชน ตอนที่ 4 “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน”

การ์ตูนสิทธิมนุษยชน ตอนที่ 4 “คณะกรรมการสิทธิมนุษยชน” หลายคนอาจจะเคยได้ยินคำว่า “กสม” หรือคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนบ้าง แต่หลายคนอาจจะยังไม่รู้ถึงหลักการพื้นฐานและที่มาของ กสม และเหตุผลของการตั้งสถาบันสิทธิมนุษยชนในประเทศ โดยคำนิยามของ GANHRI (Global Alliance of National Human Rights Institutions) สถาบันสิทธิมนุษยชนจะต้องทำหน้าที่สำคัญในการรณรงค์และคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่ทุกคนภายใต้อธิปไตยของประเทศนั้น สถาบันสิทธิฯควรถูกก่อตั้งโดยถูกรับรองจากรัฐธรรมนูญและรัฐบาล โดยมีอำนาจในการทำงานตรวจสอบและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนแก่คนทุกคน... read more

14NovNovember 14, 2023

5 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต  5 Key Focal Points on United Nations Convention Against Corruption: UNCAC (English Below)

5 ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการต่อต้านการทุจริต  บทที่ 2: มาตรการป้องกัน  บทที่ 2 เน้นมาตรการเชิงรุกเพื่อป้องกันการทุจริต รัฐภาคีได้รับการกระตุ้นให้ใช้นโยบายที่โปร่งใส รวมถึงการจัดซื้อจัดจ้างที่โปร่งใสและการจัดการทางการเงิน มันเน้นความสําคัญของข้าราชการตามคุณธรรมการเข้าถึงข้อมูลสาธารณะตุลาการอิสระและการมีส่วนร่วมอย่างแข็งขันของภาคประชาสังคม มาตรการเหล่านี้สร้างรากฐานสำหรับความซื่อสัตย์ความรับผิดชอบและการจัดการกิจการสาธารณะที่เหมาะสมซึ่งมีความสําคัญต่อการสร้างสังคมที่ปราศจากการทุจริต  บทที่ 3: การทำให้เป็นอาชญากรรมและการบังคับใช้กฎหมาย  บทที่ 3 กล่าวถึงการทุจริตเฉพาะที่รัฐภาคีต้องดำเนินการทางอาญา รวมถึงการติดสินบน การยักยอก และการขัดขวางกระบวนการยุติธรรม มันสนับสนุนบทลงโทษสำหรับความผิดเช่นการรับสินบนการละเมิดหน้าที่และการฟอกเงิน บทนี้ยังครอบคลุมถึงการบังคับใช้การดำเนินคดีการคุ้มครองผู้แจ้งเบาะแสและการเยียวยาการทุจริต โดยมุ่งเน้นที่การบังคับใช้กฎหมายที่เข้มแข็ง... read more

24JulJuly 24, 2019

ขอเชิญชวนพี่น้องภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุม อาเซียนภาคประชาชน (ACSC/APF) 2019

มูลนิธิศักยภาพชุมชน มีความยินดี ขอเชิญชวนพี่น้องภาคประชาสังคมเข้าร่วมประชุม อาเซียนภาคประชาชน (ACSC/APF 2019) ที่จะจัดขึ้น ณ โรงแรม เบอร์เคลีย์ ประตูน้ำ วันที่ 10-12 กันยายน 2562 การประชุมภาคประชาชน (ACSC/APF) เป็นการประชุมรวมตัวกันของภาคประชาสังคม 10 ประเทศในอาเซียน ภายหลังผลของการประชุมจะมีการออกแถลงการณ์ข้อสรุปของภาคประชาชนเสนอให้กับผู้นำอาเซียน... read more

30AugAugust 30, 2023

มูลนิธิศักยภาพชุมชน เข้าร่วมสืบพยานคดีจำเลยอยุกูร์ อาเด็มคาราดักและนายไมไรลี ยูซุฟู คดีระเบิดที่ศาลพระพรหม ในปี 2558

มูลนิธิศักยภาพชุมชนนำโดยนางชลิดา ทาเจริญศักดิ์ ได้เข้าร่วมสืบพยานในคดีจำเลยอุยกูร์ ระเบิดศาลพระพรหมในปี 2558 เนื่องในวันที่ 30 สิงหาคม จนถึง 2 กันยายน 2566 (2023) และได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อสำนักข่าว Benar News ถึงข้อกังวลของอาการของอาเด็มที่จำเป็นต้องมาขึ้นศาลอาญาใต้โดยรถเข็น เนื่องจากปัญหาสุขภาพที่เรือนจำไม่สามารถจัดหาอาหารฮาลาลให้ได้ ทางทนายของจำเลยทั้งสองให้ข้อมูลว่ากระบวนการคดีความอาจจะใช้เวลาอีก 5... read more

Archives

  • July 2026
  • October 2025
  • September 2025
  • March 2025
  • February 2025
  • December 2024
  • October 2024
  • August 2024
  • June 2024
  • May 2024
  • April 2024
  • March 2024
  • February 2024
  • January 2024
  • December 2023
  • November 2023
  • October 2023
  • September 2023
  • August 2023
  • May 2020
  • December 2019
  • July 2019
  • May 2019
  • January 2019

Categories

  • Activities
  • ASEAN
  • Democracy Reports
  • Factsheets and Education
  • Human Rights Reports
  • International
  • Others
  • Peace Reports
  • Report and Documentation
  • Statement
  • Thailand

arrow Home
arrow About Us
arrow News and Activities
arrow Report and Documents
arrow Contact

(02) 9466104

pefthailand@protonmail.com
Facebook Twitter Youtube Instagram

Address

1/546 Soi Nuan Chan 16, Bueng Kum, Bangkok 10230

People’s Empowerment Foundation. © 2023. All Rights Reserved